🚨 ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน ปี 2569 เป็นปีสุดท้ายที่เงินลงทุน Thai ESG ใช้สิทธิลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท ตั้งแต่ปี 2570 เพดานจะกลับมาเป็น 100,000 บาท พร้อมระยะเวลาถือครองที่นานขึ้น ใครกำลังวางแผนภาษีปีนี้ควรตรวจทั้งสิทธิและความเหมาะสมของการลงทุนก่อนตัดสินใจค่ะ

ปีที่ซื้อหน่วยลงทุนวงเงินที่ใช้สิทธิได้ถือครองขั้นต่ำ
2569ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุด 300,000 บาท5 ปี นับวันชนวัน
2570–2575ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุด 100,000 บาท8 ปี นับวันชนวัน

เป็นเงื่อนไขตามกฎหมาย ณ วันที่เผยแพร่ หากมีการแก้กฎหมายภายหลังต้องตรวจอีกครั้ง

1. Thai ESG คืออะไร?

Thai ESG หรือกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน ลงทุนในสินทรัพย์ไทยที่เข้าเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม (E), สังคม (S) และการกำกับดูแลกิจการ (G) กองทุนแต่ละแห่งมีนโยบายต่างกัน ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ หรือแบบผสม จึงควรอ่านหนังสือชี้ชวนว่าลงทุนในอะไร มีความเสี่ยงและค่าธรรมเนียมอย่างไร ไม่ใช่เลือกเพราะชื่อ Thai ESG อย่างเดียว

คนที่อยากเพิ่มหุ้นไทยกับคนที่รับความผันผวนได้น้อยกว่า อาจเหมาะกับกองทุนคนละนโยบาย แม้ใช้สิทธิภาษีในกลุ่มเดียวกันค่ะ

2. ซื้อปี 2569 ลดหย่อนได้เท่าไร?

ใช้สิทธิได้ตามจำนวนที่ซื้อจริง ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินและไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี ตัวอย่าง: เงินได้ 500,000 บาท เพดาน 150,000 บาท; เงินได้ 800,000 บาท เพดาน 240,000 บาท; เงินได้ 1,200,000 บาท 30% คือ 360,000 บาท แต่ใช้ได้สูงสุด 300,000 บาท หากมีเพดาน 240,000 บาทและซื้อจริง 100,000 บาท ก็ใช้สิทธิ 100,000 บาท

Thai ESG ไม่บังคับให้ซื้อทุกปี และวงเงินนี้แยกจากเพดานรวม 500,000 บาทของสิทธิออมเพื่อเกษียณ เช่น RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและประกันบำนาญ แต่การซื้อเพิ่มควรดูภาษีและสภาพคล่องของตัวเองก่อนค่ะ

3. ถือครอง 5 ปี นับอย่างไร?

สำหรับเงินลงทุนที่ใช้สิทธิในปี 2569 ต้องถืออย่างน้อย 5 ปีนับจากวันที่ซื้อแบบวันชนวัน ไม่ใช่ซื้อปลายปีแล้วนับปีนั้นเป็นหนึ่งปีเต็ม ถ้าซื้อหลายครั้ง วันครบกำหนดของแต่ละครั้งต่างกัน เก็บประวัติการซื้อและตรวจวันขายกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนก่อนส่งคำสั่ง

เลือกกองทุนและชนิดหน่วยลงทุนที่ให้สิทธิภาษี ตรวจการแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิหรือการยินยอมให้ส่งข้อมูลตามขั้นตอนผู้ให้บริการ และเช็กข้อมูลในแบบภาษีอีกครั้ง

4. ลดหย่อน 100,000 บาท ไม่ได้แปลว่าได้เงินคืน 100,000 บาท

ค่าลดหย่อนลดฐานเงินได้ที่ใช้คำนวณภาษี ไม่ได้คืนเงินลงทุนให้โดยตรง สมมติเงินได้ที่ลดลง 100,000 บาททั้งหมดอยู่ในอัตราภาษีเดียวกัน: ที่ 5% ประหยัด 5,000 บาท; 10% ประหยัด 10,000 บาท; 15% ประหยัด 15,000 บาท; 20% ประหยัด 20,000 บาท; 30% ประหยัด 30,000 บาท

ถ้ายอดลดหย่อนคร่อมหลายขั้นภาษี ต้องคำนวณแยกแต่ละขั้น และเงินคืนภาษียังขึ้นกับภาษีที่ถูกหักหรือจ่ายล่วงหน้า ถ้าเดิมไม่มีภาษีต้องเสีย อาจไม่ได้ประโยชน์ภาษีเพิ่ม การลงทุนแบบไม่ติดเงื่อนไขการถือเพื่อภาษีอาจเหมาะกว่า ขึ้นกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่รับได้

5. Thai ESG ต่างจาก Thai ESGX อย่างไร?

Thai ESG มีนโยบายหุ้น ตราสารหนี้ หรือผสมตามเกณฑ์สินทรัพย์ยั่งยืน ส่วน Thai ESGX ต้องลงทุนในหุ้นกลุ่มยั่งยืนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และสินทรัพย์ตามเกณฑ์ ESG รวมเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% จึงเน้นหุ้นไทยมากกว่า Thai ESG บางกองทุน แต่ความเสี่ยงจริงต้องดูเป็นรายกอง

เงินลงทุนใหม่ในปี 2569: การซื้อหน่วย Thai ESGX ชนิดที่ใช้สิทธิได้จะใช้วงเงินเดียวกับ Thai ESG ไม่ใช่ได้ 300,000 บาทแยกต่อกอง เช่น ซื้อ Thai ESG 200,000 บาทและ Thai ESGX 100,000 บาท รวมยอด 300,000 บาท และยังต้องไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สิทธิพิเศษสำหรับเงินใหม่ใน Thai ESGX ที่แยกวงเงินจาก Thai ESG เป็นมาตรการเฉพาะปี 2568

กรณีสับเปลี่ยน LTF เดิม: ผู้ที่สับเปลี่ยนเข้า Thai ESGX ตามเงื่อนไขช่วงพฤษภาคม–มิถุนายน 2568 มีสิทธิอีกส่วนหนึ่งจากมูลค่าที่สับเปลี่ยน สูงสุดรวม 500,000 บาท ปี 2568 ใช้ได้สูงสุด 300,000 บาท ส่วนที่เหลือทยอยเท่ากันในปี 2569–2572 ไม่เกินปีละ 50,000 บาท ต้องตรวจรายการสับเปลี่ยนและสิทธิของตนเอง กรณีนี้ต่างจากการใช้เงินใหม่ซื้อในปี 2569

6. สิทธิภาษีน่าสนใจ แต่กองทุนยังมีความเสี่ยง

สิทธิภาษีไม่ได้รับประกันผลตอบแทนหรือเงินต้น กองทุนหุ้นผันผวนตามตลาด ส่วนกองทุนตราสารหนี้มีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยและเครดิต แม้ถือครบเงื่อนไขภาษีก็อาจขาดทุนได้ ลองถามตัวเองว่ารับการลดลงของมูลค่าได้ไหม ต้องใช้เงินระหว่างช่วงถือครองหรือเปล่า พอร์ตเดิมกระจุกในสินทรัพย์ไทยหรือไม่ และเข้าใจค่าธรรมเนียมกับนโยบายลงทุนแล้วหรือยัง

7. เช็ก 5 เรื่องก่อนซื้อ

  1. ประมาณการรายได้ทั้งปี ทั้งเงินเดือน โบนัส งานเสริมและรายได้อื่น เพื่อประเมินสิทธิและภาษี
  2. รวมค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่มีแล้ว เพื่อดูว่าหลังซื้อจะประหยัดภาษีจริงเท่าไร
  3. กันเงินสำรองฉุกเฉินและรายจ่ายจำเป็นไว้ก่อน ไม่ใช้เงินที่ต้องหมุนเวียน
  4. อ่านหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ตรวจนโยบาย ความเสี่ยง ค่าธรรมเนียม และชนิดหน่วยภาษี
  5. ตรวจวันทำการ เวลาตัดรอบ และปีภาษีของรายการซื้อกับช่องทางที่ใช้

จำนวนเหมาะลงทุนของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนอาจเป็น 30,000 บาท บางคน 100,000 บาท หรือเต็มเพดาน ขึ้นกับภาษี เป้าหมายและเงินที่ถือยาวได้จริงค่ะ 💛

ภาพสรุปต้นฉบับ

ภาพสรุป Thai ESG ปี 2569 และ Thai ESGX ที่แพรส่งมา
ภาพสรุปจากแพร โปรดอ่านเงื่อนไขและกรณี Thai ESGX ในบทความประกอบ

เซฟบทความไว้ทบทวนก่อนลงทุน และส่งต่อให้คนที่วางแผนภาษีปลายปีกันนะคะ ผู้ลงทุนควรศึกษานโยบาย ความเสี่ยง และเงื่อนไขภาษีก่อนตัดสินใจลงทุน

แหล่งข้อมูลทางการ