เดบิตและเครดิตเป็นสองคำที่นักบัญชีคุ้นเคย แต่ผู้ประกอบการและคนทั่วไปอาจยังไม่เข้าใจ วันนี้แพรชวนมารู้จักหลักบัญชีคู่แบบง่าย ๆ ค่ะ

เดบิตกับเครดิตคือด้านของบัญชี
- เดบิต (Debit / Dr.): ด้านซ้ายของบัญชี ใช้บันทึกสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงหนี้สิน ส่วนของเจ้าของ และรายได้ที่ลดลง
- เครดิต (Credit / Cr.): ด้านขวาของบัญชี ใช้บันทึกหนี้สิน ส่วนของเจ้าของ และรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายที่ลดลง
เดบิตไม่ได้แปลว่าเงินเข้าเสมอ และเครดิตไม่ได้แปลว่าเงินออกเสมอ ต้องดูก่อนว่ากำลังบันทึกบัญชีหมวดไหนค่ะ
จำการเพิ่ม–ลดของบัญชี 5 หมวด
| หมวดบัญชี | เพิ่มขึ้น | ลดลง |
|---|---|---|
| สินทรัพย์ | เดบิต (Dr.) | เครดิต (Cr.) |
| หนี้สิน | เครดิต (Cr.) | เดบิต (Dr.) |
| ส่วนของเจ้าของ | เครดิต (Cr.) | เดบิต (Dr.) |
| รายได้ | เครดิต (Cr.) | เดบิต (Dr.) |
| ค่าใช้จ่าย | เดบิต (Dr.) | เครดิต (Cr.) |
ทำไมเรียกว่าหลักบัญชีคู่?
รายการหนึ่งต้องบันทึกอย่างน้อยสองบัญชี โดยยอดเดบิตรวมเท่ากับยอดเครดิตรวม ไม่จำเป็นต้องมีแค่หนึ่งบัญชีต่อด้าน และบางรายการก็ไม่มีเงินสดเกี่ยวข้องค่ะ
สมการบัญชี: สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ หลักบัญชีคู่ช่วยรักษาความสัมพันธ์นี้เมื่อบันทึกรายการต่าง ๆ
ตัวอย่างที่ 1: รับค่าบริการเป็นเงินสด 1,000 บาท
ตัวอย่างนี้ละ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายเพื่อให้เห็นหลักการก่อน เงินสดเป็นสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น ส่วนรายได้ค่าบริการก็เพิ่มขึ้นค่ะ
| บัญชี | เดบิต (บาท) | เครดิต (บาท) |
|---|---|---|
| เงินสด | 1,000 | — |
| รายได้ค่าบริการ | — | 1,000 |
ตัวอย่างที่ 2: จ่ายค่าเช่าเป็นเงินสด 3,000 บาท
ค่าเช่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จึงลงเดบิต ส่วนเงินสดลดลง จึงลงเครดิตค่ะ
| บัญชี | เดบิต (บาท) | เครดิต (บาท) |
|---|---|---|
| ค่าเช่า | 3,000 | — |
| เงินสด | — | 3,000 |
เริ่มจากถามว่า “บัญชีอะไร เพิ่มหรือลด?” แล้วค่อยเลือกเดบิตหรือเครดิตค่ะ ยอดทั้งสองด้านต้องเท่ากัน แต่ยอดเท่ากันอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าลงถูกบัญชี ต้องตรวจเอกสารและลักษณะรายการด้วย
#บัญชีพื้นฐาน #เดบิตเครดิต #หลักบัญชีคู่ #บัญชีสำหรับมือใหม่ #นักบัญชีมือใหม่ #เพจบัญชีภาษีกี่ปีก็ไม่เข้าใจ
