สินทรัพย์ที่ซื้อมาใช้หลายปี เช่น รถยนต์ เครื่องจักรหรืออุปกรณ์สำนักงาน มักต้องทยอยรับรู้ต้นทุนเป็นค่าเสื่อมราคาตลอดอายุการใช้ประโยชน์ แทนการมองว่าต้นทุนทั้งหมดเป็นของปีที่ซื้อ มาดู 4 วิธีคำนวณที่พบในการเรียนบัญชีกันค่ะ

ก่อนคำนวณ ต้องรู้ตัวเลขอะไรบ้าง?
- ราคาทุนของสินทรัพย์
- มูลค่าคงเหลือที่คาดเมื่อสิ้นอายุการใช้ประโยชน์
- อายุการใช้ประโยชน์ หรือปริมาณผลผลิตที่คาดทั้งหมด
- วันที่สินทรัพย์พร้อมใช้งานและรูปแบบการใช้ประโยชน์
1. วิธีเส้นตรง
ค่าเสื่อมราคาต่อปี = (ราคาทุน − มูลค่าคงเหลือ) ÷ อายุการใช้ประโยชน์
รับรู้ค่าเสื่อมราคาเท่ากันแต่ละปี เมื่อประมาณการไม่เปลี่ยน เหมาะกับสินทรัพย์ที่ใช้ประโยชน์ค่อนข้างสม่ำเสมอ
2. วิธียอดลดลงทวีคูณ
อัตราค่าเสื่อมราคา = 2 ÷ อายุการใช้ประโยชน์ และค่าเสื่อมราคางวดนั้น = มูลค่าตามบัญชีต้นงวด × อัตรา
ค่าเสื่อมราคาจะสูงช่วงต้นแล้วลดลง โดยต้องควบคุมไม่ให้มูลค่าตามบัญชีต่ำกว่ามูลค่าคงเหลือที่ประมาณไว้
3. วิธีผลรวมจำนวนปี
ค่าเสื่อมราคา = (ราคาทุน − มูลค่าคงเหลือ) × จำนวนปีอายุการใช้ประโยชน์ที่เหลือต้นปี ÷ ผลรวมจำนวนปี
เช่น อายุ 5 ปี ผลรวมจำนวนปีเท่ากับ 5 + 4 + 3 + 2 + 1 = 15 ปีแรกใช้สัดส่วน 5/15 ปีถัดไป 4/15 เป็นวิธีที่รับรู้มากในช่วงแรกเช่นกัน
4. วิธีตามปริมาณผลผลิต
ค่าเสื่อมราคาต่อหน่วย = (ราคาทุน − มูลค่าคงเหลือ) ÷ ปริมาณผลผลิตที่คาดทั้งหมด
ค่าเสื่อมราคาของงวด = ค่าเสื่อมราคาต่อหน่วย × จำนวนหน่วยที่ผลิตจริงในงวด เหมาะเมื่อการสึกหรอหรือการใช้ประโยชน์สัมพันธ์กับปริมาณการผลิต
ตัวอย่างเปรียบเทียบปีแรก
สมมติสินทรัพย์ราคาทุน 100,000 บาท มูลค่าคงเหลือ 10,000 บาท อายุ 5 ปี พร้อมใช้งานตั้งแต่ต้นปี สำหรับวิธีผลผลิต คาดผลิตทั้งหมด 50,000 หน่วยและปีแรกผลิตจริง 8,000 หน่วย
| วิธี | ค่าเสื่อมราคาปีแรก |
|---|---|
| เส้นตรง | 18,000 บาท |
| ยอดลดลงทวีคูณ | 40,000 บาท |
| ผลรวมจำนวนปี | 30,000 บาท |
| ตามปริมาณผลผลิต | 14,400 บาท |
เลือกวิธีตามการใช้ประโยชน์จริง
ไม่ควรเลือกเพียงเพราะต้องการให้กำไรสูงหรือต่ำ วิธีที่ใช้ต้องสอดคล้องกับรูปแบบการใช้ประโยชน์และมาตรฐานที่กิจการใช้ อีกทั้งค่าเสื่อมราคาทางบัญชีกับจำนวนที่หักได้ทางภาษีอาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจเงื่อนไขภาษีแยกค่ะ
แหล่งข้อมูล
IFRS Foundation: หลักการเลือกวิธีค่าเสื่อมราคาตามรูปแบบการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์
