วันนี้แพรได้มีโอกาสไปร่วมงาน Money Story for Influencer และได้เจอกับพี่หนอม TaxBugnoms และโค้ชหนุ่ม Money Coach ที่มาแชร์ความรู้และประสบการณ์เรื่องเงิน แพรเลยอยากเก็บข้อคิดมาฝากทุกคนค่ะ

1. เริ่มต้นที่เป้าหมายการเงิน ไม่ใช่ที่ตัวเงิน
การลงทุนโดยไม่มีเป้าหมายชัดเจนเหมือนออกเดินทางโดยไม่รู้จุดหมาย เป้าหมายช่วยให้เห็นภาพอนาคตและเลือกวิธีลงทุนได้เหมาะกับชีวิตของเรา ลองแยกเป้าหมายเป็นสองส่วนค่ะ
พื้นฐานการเงินที่ควรสร้างก่อน
- เริ่มกันเงินอย่างน้อย 10% ของรายได้เพื่อสะสมเงินสำรองฉุกเฉิน โดยตั้งเป้าให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นประมาณ 6–12 เดือน ปรับตามความมั่นคงของรายได้และภาระของแต่ละคน
- สร้างเงินสำรองให้พร้อมก่อนนำเงินที่จำเป็นต่อชีวิตไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
- ใช้สัดส่วนผ่อนชำระหนี้ไม่เกิน 40% ของรายได้เป็นแนวทางตรวจสุขภาพการเงิน และดูเงินที่เหลือใช้จริงด้วย
เป้าหมายส่วนตัว
เกษียณ แต่งงาน การศึกษาลูก หรือท่องเที่ยว แต่ละคนมีความต้องการต่างกัน จึงควรกำหนดจำนวนเงิน ระยะเวลา และความสำคัญของแต่ละเป้าหมายให้ชัด
2. ปรับ Mindset เรื่องการลงทุน
DCA ต้องอาศัยวินัยและความต่อเนื่อง
ความยากของการทยอยลงทุนสม่ำเสมอไม่ได้อยู่แค่การเลือกสินทรัพย์ แต่เป็นการทำตามแผนโดยไม่ปล่อยให้ความกลัวหรือความเบื่อทำให้ตัดสินใจเร็วเกินไป บางครั้งขายไปแล้วราคากลับขึ้นก็ทำให้เสียดายได้ แต่ไม่มีใครรับประกันจังหวะตลาด และ DCA ไม่ได้ทำให้ทุกการลงทุนมีกำไรค่ะ
จัดสรรให้ตรงเป้าหมาย
ถามตัวเองว่าลงทุนเพื่ออะไร สินทรัพย์ที่เลือกมีความเสี่ยงเท่าไร และเหมาะกับระยะเวลาหรือไม่ อย่าโฟกัสเพียงกำไรสูงสุดจนลืมเป้าหมายชีวิต
ข้อคิดจากงานคือใช้สมมติฐานผลตอบแทนแบบอนุรักษ์นิยมในการวางแผน เช่น ไม่ตั้งความหวังเกิน 7% จนทำให้ออมเงินน้อยเกินไป ตัวเลขนี้เป็นแนวคิดสำหรับวางแผน ไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกัน เมื่อใกล้ถึงเป้าหมายควรทบทวนและลดความเสี่ยงให้เหมาะกับวันที่ต้องใช้เงินจริง
3. อย่าสับสนนักธุรกิจกับนักลงทุน
นักธุรกิจอาจต้องมีความอึดและสู้ไม่ถอย แต่นักลงทุนต้องไตร่ตรองข้อมูล รู้จักความเสี่ยงและเลือกเดินเกม การถอยหรือเปลี่ยนแผนเมื่อสมมติฐานเดิมไม่เป็นจริงอาจเป็นการรักษาเงินทุน ไม่ใช่การยอมแพ้ อย่าใช้ความรู้สึกอยากเอาชนะเป็นเหตุผลลงทุนต่อเพียงอย่างเดียว
4. วางแผนภาษี เริ่มต้นที่บัญชี
การทำบัญชีช่วยให้เห็นผลประกอบการจริง จำไว้ว่ารายได้ไม่ใช่กำไร และกำไรกับเงินสดในมือก็เป็นคนละเรื่อง หัวใจของการบริหารคือดูแลกระแสเงินสดให้เพียงพอ
- แยกเงินที่ใช้ดำเนินธุรกิจออกจากเงินสำหรับโปรเจกต์ในอนาคต และติดตามยอดเงินกับภาระที่ต้องจ่ายของแต่ละส่วน
- บันทึกรายได้ รายจ่าย และเก็บเอกสารให้ตรงกับรายการจริง
- ใช้ข้อมูลบัญชีประกอบการวางแผนภาษี พร้อมตรวจสิทธิและข้อกำหนดทางภาษีของแต่ละรายการ
บัญชีที่ถูกต้องเป็นพื้นฐานสำคัญของภาษีที่ถูกต้อง อย่ากลัวภาษีจนไม่ยอมเรียนรู้ แต่ควรเข้าใจว่าต้องเสียจากฐานใดและวางแผนอย่างเหมาะสม
5. ข้อควรระวังเพิ่มเติม
- อย่าเอาสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นตัวตั้งในการซื้อกองทุนลดหย่อนหรือซื้อบ้าน ให้เริ่มจากโจทย์ชีวิต ความจำเป็น และสภาพคล่องก่อน
- อย่ากลัวเงินเฟ้อจนรีบเข้าตลาดโดยไม่ศึกษา ความไม่เข้าใจสินทรัพย์อาจทำให้เสียหายมากกว่าที่คาด
- เรื่องประกัน ลองถามว่า หากเราเป็นอะไรไป คนข้างหลังจะเดือดร้อนไหม แล้วเลือกความคุ้มครองให้เหมาะกับภาระและงบประมาณ
ข้อคิดที่แพรเก็บมาฝาก
ต่อไปนี้เป็นการเรียบเรียงข้อคิดจากงานในมุมของแพรค่ะ
- ตั้งเป้าหมายชีวิตก่อน แล้วจึงวางแผนเรื่องเงินให้พาเราไปถึงเป้าหมายนั้น
- เรื่องเงินอาจไม่มีวันจบ แต่ควรรู้ว่าเมื่อไรที่พอ และไม่ปล่อยให้ความกังวลครอบงำชีวิต
- ลดการเปรียบเทียบฐานะกับคนอื่นในโซเชียล แล้วกลับมาดูแผนของตัวเอง
- อยากเกษียณเร็วมาก ๆ ต้องกลับมาดูความเป็นไปได้ของเงินทุน ค่าใช้จ่าย และชีวิตที่ต้องการก่อน
- ชั่งต้นทุนการวางแผนภาษีเทียบกับภาษีที่ประหยัดได้และสภาพคล่อง ไม่จำเป็นต้องซื้อรายการลดหย่อนที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิต
- เริ่มเรียนรู้ภาษีตั้งแต่แรก เพราะการผัดวันอาจทำให้เกิดภาระย้อนหลังและกระทบแผนการเงิน
ขอบคุณโค้ชทั้งสองท่านมากนะคะ ที่มาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เรื่องเงินที่ทุกคนควรรู้ 🙏
#MoneyCoach #TaxBugnoms #วางแผนการเงิน #การลงทุน #ภาษี #MoneyStoryForInfluencer
