ยอดขายเพิ่ม ลูกค้าเพิ่ม เงินเข้าเยอะขึ้นเป็นเรื่องดี แต่เมื่อธุรกิจขยายตัว งานภาษีและเอกสารก็มักซับซ้อนขึ้น ลองตรวจ 6 เรื่องนี้เป็นระยะค่ะ
1. รายรับถึงเกณฑ์จด VAT หรือยัง
กิจการที่ขายสินค้าหรือให้บริการซึ่งอยู่ในบังคับ VAT ต้องดูรายรับจากกิจการที่อยู่ในเกณฑ์ตลอดปี หากเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายในกำหนด 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ ทั้งนี้มีข้อยกเว้นและเงื่อนไขตามประเภทกิจการ
2. ภาษีเงินได้นิติบุคคลคิดจากอะไร
ยอดขายไม่ใช่กำไรสุทธิทางภาษี บริษัทควรติดตามรายได้ ต้นทุน รายจ่ายที่หักได้และรายการปรับปรุงทางภาษี เพื่อเตรียมแบบ ภ.ง.ด.50 และตรวจว่าต้องยื่น ภ.ง.ด.51 หรือไม่ การจด VAT เป็นคนละประเด็นกับการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
3. จ่ายเงินให้ใคร ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม
ค่าบริการ ค่าเช่า และเงินได้บางประเภทมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามชนิดรายการและสถานะผู้รับเงิน ควรดูสัญญา ใบแจ้งหนี้ ประเภทเงินได้ อัตราที่ใช้ และแบบนำส่งให้ตรงกันก่อนจ่าย
4. มีพนักงานแล้ว ระบบเงินเดือนพร้อมหรือยัง
แยกข้อมูลค่าจ้าง ภาษีเงินเดือน และเงินสมทบประกันสังคมให้ตรวจย้อนหลังได้ รวมถึงตรวจภาระงานเมื่อเริ่มจ้างพนักงานหรือเพิ่มจำนวนคน
5. รายจ่ายมีหลักฐานและเกี่ยวกับกิจการจริงไหม
เก็บเอกสารที่บอกว่าใครจ่าย จ่ายให้ใคร จ่ายเพื่ออะไร และมีหลักฐานชำระเงินประกอบ การจ่ายเงินจริงไม่ได้แปลว่าหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ทุกกรณี
6. เอกสารค้นคืนได้หรือเปล่า
จัดแฟ้มและสำรองข้อมูลให้เชื่อมกับรายการบัญชี โดยเฉพาะยอดขายหลายช่องทาง ใบกำกับภาษี เอกสารหัก ณ ที่จ่าย และบัญชีธนาคาร กฎหมายบัญชีกำหนดระยะเวลาเก็บบัญชีและเอกสารประกอบโดยทั่วไปไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี และอาจมีคำสั่งให้เก็บนานกว่านั้นตามเงื่อนไข
เริ่มจากกระทบยอดขายกับเงินรับและเอกสารทุกเดือน แล้วให้ผู้ทำบัญชีช่วยตรวจรายการที่ยังไม่ชัดก่อนถึงกำหนดยื่นแบบ
